รักออกแบบไม่ได้

!!!ไม่มีรูปเลยซักรูปเดียว!!! ใครชอบดูรูป โปรดข้ามนะคะ

 

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551

 

เมื่อวันเสาร์ที่แม่ไปขายของ ซักสี่โมงกว่า ป่าป๊าโทรมา คุยนั่นถามนี่อย่างอารมณ์ดี

ขายเป็นยังไง เหนื่อยมั๊ย กินข้าวแล้วยัง บลา...บลา...บลา...

 

พอแม่ถามว่ากำลังไปไหน ป่าป๊าบอกว่ากำลังไปวัดบุคคโล พาลูกไปให้อาหารปลา

แม่เลยถามว่าแล้วไปไหนกันมา ตั้งแต่พี่หม่อนเลิกเรียนดนตรี

ป่าป๊าอ้ำๆอึ้งๆ.......บอกว่า ไม่ได้ไปเรียน...!!!

 

แม่ถามว่าทำไม ป่าป๊าบอก ตื่นไม่ไหว

แม่นะ....ควันออกหู โกรธ โกรธแบบพูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดยังไง

เลยพูดไปว่า ทำไมเหลวไหลแบบนี้ ลูกเรียนครั้งนึง สี่ซ้าห้าร้อย ทำไมเห็นว่าไม่สำคัญ

คิดเอาเองแล้วกัน ว่าทำถูกรึป่าว

 

แม่นะ จะไม่ว่าอะไรเลย ถ้าป่าป๊าไม่สบาย ทำให้ตื่นพาลูกไปเรียนไม่ไหว

แต่นี่เพราะเมื่อคืนป่าป๊าไปดื่มมากับเพื่อน กับลุงเบิ้ล กลับมาโน่น ตีสีตีห้า

 

แล้วพอยิ่งคิดว่า ป่าป๊าเป็นคนพูดเองว่า ถ้าแม่ไปขายของ เดี๋ยวป่าป๊าพาลูกไปเรียนเอง

มันยิ่งทำให้อารมณ์ของแม่ปรี๊ดมากยิ่งขึ้น

 

วันเสาร์ พอกลับมา ก็ดึก ป่าป๊าหลับไปแล้ว ไม่ได้คุย

วันอาทิตย์...ตื่นเช้าดูพระสังข์จบ แม่ก็ออก มีสั่งให้ป่าป๊าไปหานมโปรโซบีให้ลูกให้ได้

กลับอีกทีเที่ยงคืน ก็ไม่ได้คุยเหมือนเดิม

วันจันทร์....มาทำงาน มีแต่ความมึนตึงให้ป่าป๊า ถามคำตอบคำ อาจเพราะแม่เหนื่อยด้วย

ป่าป๊าเองก็ง้อนะ เดี๋ยวป่าป๊าทำนั่นให้ ทำนี่ให้ มาวนเวียนอยู่แถวโต๊ะทำงานแม่ แต่แม่ก็ยังเฉย

(แต่ขนาดเฉย...แม่ก็ยังเตรียมทำกับข้าวให้ป่าป๊ากินนะ แล้วป่าป๊าก็มาช่วยด้วย)

 

จนมาเช้าวันอังคาร ที่ไปส่งลูก ก็ไม่คุยกันไปตลอดทาง

พอได้มีเวลามาเช็คเมล์ ได้อ่านเมล์นึง ลองอ่านดูนะ

 

“รักออกแบบไม่ได้”

  

เจ้านายเก่า เคยสอนฉันไว้ว่า...

"การแต่งงาน ไม่ใช่การลงเอย...ที่แสนสวยงาม เหมือนตอนจบของละคร

แต่การแต่งงาน เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นครั้งยิ่งใหญ่ของคนสองคน ที่มาจากการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน ดังนั้น ต้องประคองการใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงานให้ดีที่สุด" 

 


แล้วชีวิตคู่ออกแบบได้ด้วยหรือ?

น่าจะได้นะ เพราะหลายคู่ที่ฉันเห็น เค้าก็อยู่กันอย่างมีความสุข

เข้าอก เข้าใจกันและกันดี คงออกแบบกันมาดีแน่เลย

แต่ก็มีหลายคู่นะ ที่มีปัญหารกรุงรัง มีปากเสียงกันไม่เว้นแต่ละวัน...

อย่างนี้ จะเรียกว่าออกแบบมาไม่ดี หรืออาจจะไม่ได้ออกแบบมาเลย

 

ส่วนคู่ฉัน ก็เป็นแบบหลัง คือไม่ได้ออกแบบมาก่อน มีแต่วาดฝัน คาดหวัง

แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นครั้ง เป็นคราวไป

แน่ล่ะ ปัญหาจึงตามมามากมาย มากมายสำหรับเราสองคนนะ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับเราทั้งคู่

อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย หรืออาจไม่ใช่ปัญหาของคู่ชีวิตคนอื่นก็เป็นได้

 

ตลอด 3 เดือนแรก (หลังลาออกจากงาน) ฉันมีความสุข ที่ฉันได้มาใช้ชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ

ฉันได้มีโอกาสปรนนิบัติดูแลสามีได้ตลอดเวลา แต่นั่น ก็มาพร้อมความกังวลใจ ที่เริ่มก่อตัวขึ้น

ความกังวลใจของคนที่เคยต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเองมาเกือบทั้งชีวิต กังวลที่เหมือนตัวเองไร้ค่า

กังวลกับสายตาของคนรอบข้างที่มองเข้ามา

คำถามเดิม ๆ ที่ชอบถามกันเมื่อเจอหน้า...เก็บความรู้ ความสามารถไว้ในพุงทำไม?

 

เข้าเดือนที่ 4 ฉันเริ่มเปลี่ยนไป ฉันเริ่มหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย

มักคุยกับสามีได้ไม่นาน ไม่เกินสามประโยค ก็ต้องทะเลาะกัน

ฉํนเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ฟุ้งซ่าน พูดจาไม่ดีกับสามีเสมอ

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ควรพูดอย่างไรให้เขาสบายใจ พูดอย่างไรเขาจึงจะพูดดีด้วย

ฉันร้ายไปคราใด เขาก็ร้ายตอบมาทันทีเช่นกัน

รู้ว่าดี...แต่ไม่ทำ

รู้ว่าไม่ดี...กลับทำ

เอาก้บฉันสิ

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับฉันล่ะ

ความตึงเครียด ไม่มีความสุข วัน ๆ เอาแต่คอยจับผิด ว่าใครเริ่มก่อน ทำอย่างนั้นก่อน

ใครพูดอย่างนี้ก่อน และก็ต้องมานั่งเสียอกเสียใจทั้งฉัน และเขา

 

ฉันพยายามเอาธรรมะเข้าข่ม เคยคิดจะไปอยู่วัดสักพัก อยู่บ่อยครั้ง

แต่คิดไปคิดมา ความจริงแล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มาจากจิตใจที่คิดไม่ดีของตัวเอง

ถึงไปอยู่วัด ก็คงหนีความเลวร้ายที่ฝังอยู่ในสมองตัวเองไม่พ้นหรอก

ฉันเริ่มทำใจเย็น จับเข่าคุยกับสามีในค่ำคืนหนึ่ง

เขาทำให้ฉันอึ้ง เพราะคำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากเขา ทำให้ฉันเจ็บปวดใจไม่น้อย

เขาบอกว่าเขามีความสุข ยามเมื่อฉันเป็นเพื่อนกับเขา ยามที่เราคุยกันฉันท์เพื่อน

เขาเครียด เขาไม่พอใจฉันหลายครั้ง เมื่อเขามองว่าฉันเป็นเมีย ที่สมควรเป็นช้างเท้าหลัง

 

ฉันแปลกใจมาก เพราะก่อนแต่งงานกัน และก่อนหน้านี้ เขาบอกว่า เขารักฉัน และแต่งงานกับฉัน

ด้วยเหตุผลที่ว่า ฉันเป็นผู้หญิงเก่งในสายตาของเขา

แต่ทำไมวันนี้ เขากลับตอบว่า หลายครั้งที่เขาไม่พอใจ

เพราะความเก่งที่ฉันเผลอแสดงออกต่อหน้าคนอื่น เขาว่า...ฉันไม่ไว้หน้าเขา

 

เขาเคยแอบคิดว่า หากไม่มีฉัน เขาจะอยู่คนเดียวได้ไหม

หากเราต้องเลิกกัน เขาจะให้อะไรฉันบ้าง

หากเราต้องแยกกันอยู่ เขาจะทำอย่างไรต่อไปในชีวิต

 

ค่ำคืนนั้น เขาโอบกอดฉัน รั้งฉันไว้ เพราะฉันดึงดัน จะออกไปจากชีวิตเขาให้ได้

ฉันจะไป เพราะคิดว่า เขาจะได้จัดการกับชีวิตของตัวเองให้ดีกว่านี้ เขาอาจจะมีความสุขมากขึ้น

แต่ในที่สุด เราก็ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่กันอีกครั้ง

 

ช่วงเดือนที่ผ่านมา เขาไปต่างประเทศหนึ่งสัปดาห์

ฉันมีโอกาสที่ได้อยู่กับตัวเอง ฉันเริ่มกลับมามองตัวเองอีกครั้ง

ฉันเริ่มคิดใหม่ ทำใหม่

ฉันเริ่มทำในสิ่งที่ รู้ว่าทำแล้วให้ผลดี

ฉันเลิกทำในสิ่งที่รู้ ว่าหากทำแล้ว จะเกิดความไม่สบายใจแก่เขา และตัวฉันเอง

ฉันเริ่มมีสัมมาทิฐิขึ้นมาบ้างแล้ว

 

ฉันออกแบบการใช้ชีวิตคู่ของฉันแล้ว...

เริ่มด้วยการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ตัวฉันเองก่อน ด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เขาให้โอกาสกับฉันอีกครั้ง

ฉันจะไม่คาดหวังอีกแล้ว ว่าหากฉันทำดีกับเขา เขาต้องดีตอบ

 

ฉันคิดดี กับเขา...คิดมากขึ้น คิดทบทวนหลายครั้งก่อนที่จะพูด

ฉันพูดดี กับเขา...พูดในสิ่งที่คิดมาดีแล้ว ว่าพูดไปแล้วเขาจะไม่เสียใจในคำพูดของฉัน

ฉันทำดี กับเขา...ทำในสิ่งที่เขาพึงพอใจ ทำในสิ่งที่สร้างสุขให้ทั้งกับเขา และฉัน

 

เมื่อเขากลับมา ฉันได้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น...ราวปาฏิหารย์

ฉันถามเขาว่า ชอบมั้ยที่ฉันพูดน้อยลง เขาพยักหน้า

ฉันจึงขอให้เขาซื้ออมยิ้มมาให้ฉันสักกระปุกใหญ่ ๆ

สีหน้าเขางงมากกับสิ่งที่ฉันขอ

"จะเอามาอมไว้ไง มีอมยิ้มอยู่ในปาก จะได้พูดน้อยลงไงล่ะ"

กลิ่นความสุขกำลังอบอวลมาอีกครั้งจริง ๆ หรือ?

จริงสิ ฉันสัมผัสได้ว่า ยิ่งฉันปล่อยวางสิ่งที่จะทำให้ทุกข์ใจลงมากแค่ไหน

ฉันก็จะยิ่งได้ความสุขคืนกลับมามากมายเท่านั้น

ความสุขอยู่ไม่ไกลจริง ๆ

สุขอยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ

แล้วฉันจะโง่ มองข้ามความสุข เลือกความทุกข์ เพียงเพื่อความสะใจของตัวเองเหมือนก่อนหรือ?

เมื่อก่อน คำพูดที่หลุดปากฉันไปแต่ละคำ เหมือนดาบแหลมคมที่พุ่งออกไปฟาดฟัน

ทิ่มแทงจิตใจคนฟัง ด้วยความรู้สึกสะใจ

บัดนี้ ฉันเลือกที่จะให้คำพูดของฉัน เป็นดอกไม้ธรรมดา ๆ แม้จะไม่หอม ไม่สวยนัก

แต่...ดอกไม้ ย่อมดีกว่าดาบ และไม่ทำร้ายใครเหมือนดาบแน่นอน

ความสะใจหายไป...แต่มีความสุขใจเข้ามาแทนที่

 

แม้ฉันกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้อีกแล้ว แต่ฉันยังมีโอกาสที่จะกำหนดอนาคตของตัวเองได้นี่นา

 

ลีลาท่าจะบร้าหายไปแล้ว ลีลาท่าจะดีคนเดิม กลับมาอีกครั้งแล้วค่ะ

 

แล้วคุณล่ะคะ ออกแบบชีวิตคู่กันไว้อย่างไรบ้างเอ่ย

 

พออ่านจบ...อึ้ม...นะ ทำทุกวันให้มีความสุขดีกว่า จะโกรธนานไปทำไม จะพูดมากไปทำไม

ป่าป๊าเองก็รู้สึกผิดแล้ว Think Positive ว่าวันหลังคงไม่เกิดขึ้นอีก แต่อย่าไปคาดโทษอะไรเลย

 

 

เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตคู่ที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ แต่สงสัยเหมือนกันว่า ทำมั๊ย อารมณ์มันชอบมาก่อนเหตุผลอยู่เรื่อย ๆ เลย เต่าหล่ะเป็นบ่อย ๆ ตอนนี้ก็ทำทุกวันให้มีความสุข อย่างอื่นไม่อยากจะคาดหวังอะไรในชีวิตเลยค่ะ
momfolk.diaryclub.com   
Thu 29 May 2008 8:42 [9]

น้องมด ได้ข้อคิดดีทีเดียวเลยจ้า

ปล.ได้รับรูปทำฝาบ้านแล้ว แต่ลืมให้บอกวันเดือนปีเกิด 2 หนุ่มด้วยน่ะ จะเรียงรูปตามอายุลูกจ้า
iamlek   
Thu 29 May 2008 8:23 [8]

จริงค่ะคุณมด เป็นฝ่ายนิ่งบ้างก็ดีนะคะ (อ้อยทำบ่อยค่ะ) ให้เวลากับตัวเองคิดค่ะ ทุกวันนี้ถือว่าตัวเองใจเย็นมากกว่าสมัยก่อนเยอะเลยค่ะ

ชีวิตคู่น้อยนักนะคะจะมีใครที่ไม่ขึ้นเขาลงเขา ถนนหนทางขรุขระ บางทีไปอ่านไดบางได แหมทำไมชีวิตเค้าสุดแสนจะดี (เค้าคงจะมีบ้างแต่ไม่ได้เขียนเรื่องง๊องๆแง๊งๆ)

แต่เรามองอีกแง่นะคะ เราเลือกแล้วนะคะคุณมด ทำทุกวันให้มีความสุขนะคะ
ว่าแล้ว(ขอแซว)มีอีกคนสิค่ะ อิอิ
tylan.diaryclub.com   
Wed 28 May 2008 23:45 [7]

แต่มิได้นำพา อิอิ มันอยู่ที่ใจอ่ะคุณน้องมด อภัย ปลง จงอภัย (บ้าไปแล้ว)

ถึงว่าวันเสาร์ที่ผ่านมาไม่ยักเห็นนึกว่าเลิกเรียนไปแล้ว อิอิ

เสาร์นี้เจอกันนะจ๊ะ
chiffonsweet.diaryclub.com   
Wed 28 May 2008 21:06 [6]

อืม อ่านไปแล้วอี้งไป 5 วินาที
พยายามคิดว่าชีวิตคู่เราเหมือน
ที่คุณมดเอามาให้อ่านหรือป่าว

คิดไปคิดมาก็มีส่วนหนึ่ง แต่ไม่มาก
จนเป็นปัญหาเหมือนกับคู่ที่นำเสนอ

ตอนนี้คิดอยู่อย่างเดียว ไม่คิดถึงอดีต
คิดถึงแต่ตอนนี้ อนาคตคิดบ้าง
แต่ไม่อยากหวัง เพราะกลัวมันคดไป
คดมา

ทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า ชีวิตเรามันสั้นนักจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ถ้าสิ่งเลวร้าย
มันเกิดขึ้น เราก็ยังมีความสุข และ
สิ่งดีๆ ที่เราเคยทำร่วมกันให้ระลึก
ถึงอยู่เสมอ

คุณมดคาดหวังอะไรมากไป (หรือป่าว) ผิดพลาดบ้างเป็นเรื่องดี
จะให้สมบูรณ์แบบได้อย่างใจเราหมด
เราว่าไม่มีหรอก ..

พยายามมีความสุขกับทุกวันดีกว่าเน๊อะค๊ะคุณมด ^^
juicejoeonline.diaryclub.comJuiceJoeOnline   
Wed 28 May 2008 20:18 [5]

เป็นเช่นนั้นแล..พี่มด

ไม่มีใครสมบูรณ์100%หรอกใช่ป่ะ
แต่งอนๆวันละนิดจิตแจ่มใสน๊าหุหุหุ
(ยุให้งอนซะงั้น)

เค้าว่าพวกงอนๆกันนี่ลูกดกนัก555++
bowonphon.diaryclub.comแม่ป้อง   
Wed 28 May 2008 18:51 [4]

คราวนี้เป็นไดเกี่ยวกับน้องมดและป่าป๊าน้องนะโมเลยคะ พี่ว่าผู้ชายนะจะเหมือนกันแทบทุกคนนะ อย่างอนนานนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ ข้อดีเค้าก้อมีเหมือนกันนะ ง้อเก่งไง
พี่พัช   
Wed 28 May 2008 17:57 [3]

พี่ว่าไม่มีใครแตกต่างกว่าใครมากหรอกน้องมด... ทุกครอบครัว มาจากต่างที่ ต่างสภาพแวดล้อม ลิ้นกับฟันยังมีหระทบกัน พี่น้องท้องเดียวกันยังทะเลาะกันได้ ประสาอะไรกับคนสองคนจากต่างครอบครัว ต่างสภาพแวดล้อม โคจรมาพบกัน ย่อมต้องปรับตัว ปรับใจกันเป็นธรรมดา ความคาดหวังของคนเป็นเรื่องที่ทั้งดีและไม่มีดี หากมีมากไป บางทีทั้งสองฝ่ายก็ต้องหลับตาข้างหนึ่ง หรือ มองข้ามมันไปบ้าง ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะ แบบไหนล่ะที่จะเรียกว่าสมบูรณ์แล้ว.. ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่ใจเราค่ะ ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ...อิอิ รู้มากบางทีก็ไม่ดี รู้น้อยไปก็ไม่ดี ... พี่ว่า ทางสายกลางเห็นจะดีที่สุด ... พี่ติ๋มเป็นกำลังใจให้น้องมดเสมอนะคะ
แม่น้องหนูดีจ้ะ   
Wed 28 May 2008 17:42 [2]

รู้ตัวว่าทำได้ไม่ดีหรอก ไม่ใช่พระอิฐพระปูน
แต่จะพยายาม...ทำทุกวันให้มีความสุข
และ....ให้ดีที่สุด
mhonandmo.diaryclub.com   
Wed 28 May 2008 17:26 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

 

 

Calendar

 

Last diary

 

Favourite diary

<< August >>

S

M

T

W

T

F

S

27 

28 

29 

30 

31 

2 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

ไปวัดเทพฯ + ขึ้นรถไฟปู๊น....ปู๊น
เจอน้องสาวไดคลับ + เก็บตก
สังขยาขนุน
วันเกิดแม่ + ทัวร์หมู่บ้าน
ลูกฉีดวัคซีน : นมถั่วเหลือง VS นมวัว
รักออกแบบไม่ได้
ดาวแห่งความดี
เวียนเทียน @ พุทธมณฑล + เปิดเทอมวันแรก
BD พี่เปิ้ล พี่ปุ๊ก @ Sylvanian
เด็กขี้งอน กับ โป๊ะโกะเจ้าปัญหา
Family Trip @ Phuket Day 3, 4, 5