วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2551
เมื่อเย็นตอนที่แม่ไปรับพี่หม่อนที่โรงเรียน
(วันนี้แม่ขับรถไปจอดบ้าน พาน้องไปด้วย เพราะวันนี้โรงเรียนน้องหยุด)
ปั่นจักรยานไปพร้อมกับน้อง กับพี่เพ็ญ
จักรยานของพี่หม่อนเอาไปจอดไว้ที่โรงเรียนเมื่อเช้านี้แล้ว
ตอนแม่เซ็นชื่อรับลูก ก็พร้อมๆกับน้าชิ้น (แม่น้องมิว)
พี่หม่อนก็ชี้ให้น้าชิ้นดูเสร็จสรรพว่า ชื่อมิวอยู่ชื่อที่ 6 ตรงนี้ครับ ใกล้ๆชื่อไม้หม่อน (ของลูก 5)
น้าชิ้นกับน้องมูฟ (น้องชายน้องมิว)

น้าชิ้นเลยหันมาถามแม่ว่า พี่มดเคยบอกเหรอ ไม้หม่อนรู้ได้ยังไง
แม่ก็บอก เค้ารู้ เค้าจำได้ทุกคน ทั้ง 25 ชื่อ ของเด็กๆห้องเค้า ชิ้นลองถามเค้าดูสิว่าชื่อไหนชื่อใคร
น้าชิ้นทำตาโต แล้วก็บอกว่า ทึ่งมาก ไม่น่าเชื่อ เพราะมิวไม่รู้ ไม่รู้แน่ๆ
แล้วน้าชิ้นก็เลยลองชี้ที่ชื่ออื่น แล้วถามลูกว่าชื่ออะไร
สุ่มเลื่อนขึ้นเลื่อนลงหาชื่อไม่ตามลำดับ พี่หม่อนก็ตอบได้หมด
(ปลายฟ้า-มะปราง-ลูกตาล-ฮานส์-ปู่นปู๊น-อันอัน-วิชญ์-แบ่งปัน.....)
แม่เลยลองให้น้าชิ้นดูอีกที คราวนี้ ใ้ห้หาชื่อเพื่อนในห้องลูก ที่แม่เอ่ยออกมา
ลูกก็หาเจอ และชี้ชื่อเพื่อนที่ถูกต้องได้ทั้งหมด
เล่นเอาน้าชิ้น งงเป็นไก่ตาแตกไปอีกรอบ
ครูเก๋ (ครูห้อง อ.2/1) ที่เป็นครูเวรนั่งฟังอยู่ที่โต๊ะเซ็นต์ชื่อ ก็อึ้งเหมือนกัน
พร้อมเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความงงของน้าชิ้นว่า
ไม้หม่อนเป็นเด็กอัจฉริยะ
เด็กแต่ละคน มีความโดดเด่น อัจฉริยะเฉพาะตัวแตกต่างกัน
ไม้หม่อนจะเด่นด้าน ความจำและสติปัญญา
(แม่ก็อึ้งๆไปด้วย ว่าครูเก๋รู้ได้ยังไง)
น้าชิ้นเลยถามครูเก๋ว่า : เด็กคนอื่นๆอ่านได้มั๊ยคะ
ครูเก๋ : เด็กส่วนใหญ่จะยังอ่านไม่ได้ เพราะที่นี่ยังไม่ได้สอน แต่ถ้ารู้ก็ถือว่าเก่งมาก
(งั้นลูกแม่ก็อัจฉริยะ มาตั้งแต่เนอสเซอร์รี่แล้วสิเนี่ย)
น้าชิ้น : พี่มดไม่คิดเหรอว่าเค้าเก่ง ทำไมพี่มดเฉยมาก
แม่ : พี่เคยทึ่ง เมื่อตอนที่เค้าอยู่เนอสเซอร์รี่ (ตอนนั้นลูกก็ 2 ขวบครึ่ง 3 ขวบครึ่ง)
เพราะตอนนั้นเค้าก็จำชื่อเพื่อนในห้องและชี้ตรงชื่อทุกคนได้ถูกหมดทั้ง 25 ชื่อ
พี่ก็เทสต์เค้าแบบนี้แหละ โดยไม่เรียงชื่อ ถามให้ชี้บ้าง หรือชี้แล้วให้ตอบบ้าง
ตอนนี้เลยไม่ทึ่งแล้ว เพราะคิดเอาว่าเด็กคนอื่นๆก็คงเป็นเหมือนกัน
น้าชิ้น : ไม่เลยพี่มด มิวทำไม่ได้แน่นอน
แม่ : ไม่หรอก อาจจะรู้ แต่ไม่พูด
น้าชิ้น : ไม่รู้แน่แน่ค่ะ ชิ้นรับรอง ชื่อตัวเองยังไม่ค่อยรู้เลย พี่มดสอนอ่านเหรอ
แม่ : พี่ไม่ได้สอน เพียงแต่อ่านทุกอย่างที่เค้าอยากให้อ่าน ไม่ใช่แค่นิทาน แต่เป็นทุกที่ ที่มีตัวหนังสือ แต่ถ้าถามไม้หม่อนเรื่องตัวอักษร ก-ฮ เค้าก็จำได้ไม่หมดหรอกนะ
น้าชิ้น : นั่นยิ่งอึ้งมาก เพราะเค้าไม่ได้อ่านมากจากการสะกดคำ
แม่ : พี่คิดว่าเค้าดูจากภาพตัวอักษรที่เห็นจนชินมากกว่า
(โรงเรียนลูกรวมถึงตอนเนอสฯ จะแปะชื่อเด็กๆเอาไว้ที่ชั้นรองเท้า ไว้ที่ล็อคเกอร์ ไว้ที่โต๊ะทานข้าว เพื่อให้เด็กๆจำลักษณะชื่อของตัวเองได้
น้าชิ้น : พี่มดดูนี่นะ
(น้าชิ้นไปจูงมือหลาน น้องเซิน อ.2/2 ที่กำลังจะกลับบ้านแล้วแม่พามาเซ็นชื่อ)
น้าชิ้น : เซิน ไหนชี้ให้น้าชิ้นดูซิว่าชื่อเซินอยู่ไหน
น้องเซินมองหาชื่ออยู่นาน จนแม่น้องเซินพูดใบ้ให้ว่า สระเอ ซอโซ่ สระอิ นอหนู อยู่ไหนครับ
น้องเซินบอกว่า ไม่รู้ หาไม่เจอ
น้องมิวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ น้าชิ้นก็เรียกมาเทสต์อีก มิวครับ ไหนชื่อมิวอยู่ไหน รู้มั๊ยครับ
น้องมิว : (หลังจากหาอยู่นานก็ตอบว่า : ไม่รู้
น้าชิ้นหันมาทางแม่ : พี่มดเห็นมั๊ย ว่าไม้หม่อน Genius
น้าชิ้น : แล้วอย่างนิทานล่ะพี่มด ไม้หม่อนเล่าได้มั๊ย
แม่ : นิทานที่เค้าเล่าได้ตามเนื้อเรื่อเป๊ะๆเลย จะเป็นเรื่อง หนูจี๊ด เกือบทั้งเซต
(อันนี้แม่ว่า ลูกเล่าได้ง่าย เพราะมันมีรูปประกอบคำแทรกอยู่บ้าง)
............................................
แล้วก็คุยกันเรื่องการอ่านการเขียน การเรียนการสอนของโรงเรียนอีกพักใหญ่
แม่คิดว่า ทั้งหมดทั้งมวล มันคงเป็นที่ความสนใจของเด็กแต่ละคน
การเรียนการสอนของที่โรงเรียนก็ส่วนนึง เพราะโรงเรียนแนวนี้จะยังไม่ได้สอนการอ่าน-เขียนในระดับอนุบาล เด็กจะอ่านเขียน สะกดคำได้เป็นเรื่องเป็นราว ก็ตอน ป.1
แต่โรงเรียนจะสอนให้ซึมซับในทางอ้อม เพื่อให้เด็กเกิดความอยากรู้และไขว่คว้า ถามไถ่
ไม่ใช่เกิดจากคำสั่งและการท่องจำ
แม่คิดว่า แม่ก็คิดไม่ผิดที่ส่งลูกเข้าเนอสตั้งแต่ 1 ขวบครึ่ง
ลูกได้สัมผัสสิ่งต่างๆรอบตัวมากมาย ได้ัเห็น ได้รู้อะไรที่กว้างขึ้น
ไม่ใช่เพียงแค่นิทาน ของเล่น และหน้าตาของแต่คนในบ้าน
แม่ได้เห็นว่า ลูกอ่านชื่อเพื่อนได้ตั้งแต่ลูก 2 ขวบครึ่ง (เท่าน้องตอนนี้ แต่น้องไม่สามารถ)
ตอนเนอส เวลาที่ลูกนั่งอ่านชื่อเพื่อนๆ ที่แม่เซ็นต์รับกลับบ้าน
ลูกจะนั่งดูรายชื่ออยู่นาน แล้วถามแม่บางชื่อ แม่ก็จะอ่านให้ฟัง
หลังๆก็อ่านให้ฟังทุกชื่อ ทุกวัน จนลูกจำชื่อเพื่อนทุกคนได้
จนย้ายมา อ.1 ก็เหมือนเดิม ลูกก็ขออ่านชื่อเพื่อนๆ ทีละ 5 ชื่อทุกวัน
จนลูกจำได้ ลูกก็จะอ่านให้แม่ฟังทุกวัน ตามรายชื่อเพื่อนๆทั้ง 25 คน
จนบางวัน แม่เกรงใจแม่ๆคนอื่นๆที่เค้ารอคิวเซ็นชื่อ ต้องลากลูกออกมา
แต่ลูกก็จะจำได้แค่สัญลักษณ์ชื่อของเพื่อนๆในห้องลูกแค่นั้นมั้ง
เพราะเพื่อนๆห้องอื่น แม่ยังไม่เคยทดสอบ (แต่คิดว่าไม่ได้แน่นอน เพราะแม่ยังไม่เคยอ่านให้ฟัง)
พี่หม่อนจะสนใจคำเขียนต่างๆแทบจะทุกหนแห่ง ทุกหัวถนน
เวลาขับรถ เห็นป้ายตรงไหนที่สนใจ ก็ชี้แล้วตะโกนออกมา ว่านั่นอ่านว่าอะไรแม่
ถ้าแม่เห็นและอ่านทัน แม่ก็จะตอบ
คำกลอนตามรถบรรทุก บนรถ Taxi ป้ายบอกทาง ป้ายสัญลักษณ์ คำเตือนต่างๆ ถามหมด
เวลาดูการ์ตูน เค้าพูดภาษาอังกฤษว่าอะไร ก็ให้แปลทุกคำ
พอจบ มีตัวหนังสือขึ้น The End
ชื่อผู้กำกับ ผู้พากษ์ ผู้ทำดนตรี ผู้นั่น ผู้นี่ ก็ถามหมด
มาช่วงนี้ พี่หม่อนเริ่มคิดเลข
มีคำถามมาถามทุกวันว่า เลขตัวนั้น บวก เลขตัวนี้ บวก เลขตัวนี้ เป็นเท่าไหร่
(ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงการบวกเลข 1 หลัก บวกกัน 2 จำนวน เพราะ 2 จำนวน พี่หม่อนบวกได้
ตอนนี้เลยจะเป็น 3 จำนวน ที่ตั้งโจทย์ขึ้นมาเอง)
แม่ หรือ พี่เพ็ญก็จะสอนให้ลูกทดเลขไว้ในใจ แล้วเอานิ้วขึ้นมานับ (บางทีไม่พอ มีการขอยืมแม่)
บางครั้งเหมือนลูกมีคำตอบอยู่แล้ว แต่แบ่งตัวเลขออกมาให้แม่ตอบผลลัพธ์
มาวันนี้ แม่เองก็ดีใจ ที่แม่ไม่เคยมองข้าม และไม่เคยใส่อารมณ์
เวลาที่ลูกถามนั่นถามนี่ เรียกได้ว่าแม่จะตอบทั้งหมด ที่แม่ทำได้
ถ้าทำไม่ได้ แม่ก็จะบอกให้ลูกรู้ว่า แม่อ่านไม่ทันอ่ะคับ แม่แปลไม่ออกอ้ะคับ ฯลฯ......
ซึ่งลูกก็เข้าใจ แล้วทวนคำที่แม่บอกว่า แม่อ่านไม่ทัน แม่แปลไม่ออก
(แม้บางเวลา แม่อาจจะหัวเสียอยู่ แต่ถ้ากับลูก แม่สามารถปรับอารมณ์ของแม่ได้ พี่เพ็ญรู้ดี)
และแม่ก็ภูมิใจ ว่าผลลัพธ์ที่ได้ มันคุ้มเกินคุ้ม
เกินกว่าที่แม่จะเอาอารมณ์ตัวเองมาปิดกั้นความรู้และความคิดของลูกนะครับ
